LINE OA QR Code
แชทตรง
กับเจ้าหน้าที่
คลิ๊กเลย
X
เทศบาลตำบลฆ้องชัยพัฒนา
อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์
สถานที่สำคัญ-ท่องเที่ยว
สวนปันบุญ

สวนปัญบุญ  เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ ต้นแบบอยู่ในระดับต้นๆของจังหวัดกาฬสินธุ์  ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 บ้านดอนแคน  ต.ฆ้องชัยพัฒนา อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์  ได้รับแรงผลักดันเมื่อแรกตั้งประมาณปี พ.ศ. 2550 เมื่อครั้งที่ นายประภาส  แสงหัวช้าง เป็นผู้ใหญ่บ้าน  สมัยนั้น  มีแรงบันดาลใจจากการประกวดหมู่บ้านและแนวคิดด้านการเกษตรอินทรีย์ และได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ มาเป็นลำดับ และประสบผลสำเร็จมีชื่อเสียงและเป็นที่รูจักในช่วงปี 2560 เป็นต้นมา  ปัจจุบันมีนางสุจารี  ธนสิริธนากร เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบหลัก  เป็นแหล่่งผลิตและเรียนรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ เน้นพืชผัก  ตามฤดูกาล และที่ชื่นชอบในตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพ   และเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้าศึกษาดูงาน ในวันเสาร์อาทิตย์บางช่วงจะมีเยาวชนต้นกล้าเข้าศึกษาเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา  สินค้าที่มีทั้งคุณภาพ และราคาที่น่าสัมผัส  ในหมู่บ้านมี บ้านพัก โฮมสเตย์ รอรับนักท่องเที่ยว (ประสานก่อนเข้าพักจริง)

ฆ้องชัยมหามงคล

ฆ้องชัยมหามงคลเป็น  Land mark  ของอำเภอฆ้องชัย ที่ผู้คนอยากที่จะมามายลโฉม ว่า ฆ้องชัยมหามงคลใหญ่และสวยงาม ดูเด่น เป็นสง่าให้กับผู้ผ่านไปมา  โดยเป็นการก่อสร้างจากแรงพลังประชาชน และภาคส่วนสำคัญ หลายด้านมีแรงผลักดันให้เกิดฆ้องชัยมหามงคลเกิดขึ้น ในสมัยที่นายประสูตร  หอมบันเทิง  ดำรงตำแหน่งนายอำเภอฆ้องชัยในสมัยนั้นซึ่งมีนายสมชาย  นีละวงศ์ คหบดี นางบุญน้อม  นีละวงศ์ นายอุทัย  แก้วกล้า ส.อบจ. และที่เป็นแรงผลักดันหลัก ก็คือพระอาจารย์สุริยันต์  โฆษปัญโญ(พระครูภาวนาชยานุสิฐ) วัดป่าวังน้ำเย็น จ.มหาสารคาม และพระครูโอภาส  ชยานุกูล เจ้าคณะอำเภอฆ้องชัย(มหานิกาย)  และพลังมวลมหาประชาชนและพุทธศาสนิกชนที่เลื่อมใสศรัทธา  และข้าราชการ ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ร่วมกันจัดสร้างฆ้องชัยมหามงคลขึ้นโดยมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง  10  เมตร ตัวฆ้องเป็นสีทอง  ลวดลายสีเงิน(บรอนซ์เงิน)  งบประมาณในการก่อสร้าง 1,500,000 บาท  ในทุกๆปีจะมีพิธีเฉลิมฉลองและมีการรำบวงสรวงที่ลานฆ้องชัยมหามงคล เป็นการร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านในอำเภอฆ้องชัย(5 ตำบล) ใช้นางรำกว่า 1,000 คน  ถือเป็นกิจกรรมสำคัญในช่วงงานประเพณีบุญคูณลาน  ซึ่งถือเป็นงานประเพณีสืบต่อกันมานา่นและเป็นงานประจำปีของอำเภอฆ้องชัย โดยปกติจะจัดงานในช่วง วันที่ 14-16  กุมภาพันธ์ ทุกปี

ความเป็นมาของการก่อสร้างฆ้องชัยมหามงคล

              มีการระดมทุนสร้างฆ้องชัยมหามงคลในรูปแบบกองผ้าป่า  และวางศิลาฤกษ์ในวันที่ 18  ตุลาคม  2561  มีการระดมทุนและร่วมแรงกันในการตีขึ้นรูปที่หน้าที่ว่าการให้ประชาชนได้ชมเมื่อขึ้นรูปได้พอสมควรได้ให้ประชาชนได้ร่วมทำบุญสมทบเพิ่มเติมดดยการจารึกชื่อบุคคลและครอบครัวในการร่วมสร้างฆ้องใหญ่ในครั้งนี้ สร้างการมีส่วนร่วมลงในแผ่นฆ้องและเป็นการทำบุญไปในตัว  ได้รับความสนใจและเพิ่มทุนในการก่อสร้างได้พอสมควร

            ต่อมาเมื่อ 21  มกราคม 2562 เวลา 09.09.09 น.  เป็ฤกษณ์ ยกฆ้องชัยมหามงคลขึ้นประจำแท่น  และเสาคู่  ที่จุดอันเป็นมงคลด้านหน้าที่ว่าการอำเภอฆ้องชัย  โดยมีพระครูภาวนาชยานุสิฐหลวงพ่อสุริยันต์(วัดป่าวังน้ำเย็น) เป็นประธานในการยกฆ้องชัยมหามงคล ในครั้งนี้  

          ในช่วงระหว่างวันที่ 13-15  กุมภาพันธ์  2562 อำเภอฆ้องชัยได้จัดบุญประเพณีบุญคูณลาน และได้จัดกิจกรรมบวงสรวง อันเชิญเทพารักษ์ ประจำณ.ฆ้องชัยมหามงคล ซึ่งทำให้มีความสมบูรณ์ของการอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จากต้นกำเนิดที่เชื่อว่าเป็นจุด ที่มาของฆ้อง ณ.ลำกุดฆ้อง ด้านข้างของวัดกุดฆ้องชัยวนาราม  และเมื่ออัญเชิญเทพารักษ์ขึ้นสถิตย์ณ.ฆ้องชัยมหามงคลแล้ว มีการเฉลิมฉลองและบวงสรวง ให้อย่างสมบูรณ์แบบ  ในช่วงที่นายเลอยศ  พุทธชิโนรสสกุล ดำรงตำแหน่งนายอำเภอฆ้องชัย

 

วัดปรางค์กู่

วัดปรางค์กู่ มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า วัดปรางค์กู่เทพอินทร์แปลง  ตั้งอยู่ หมู่ที่ 8 บ้านกุดฆ้องชัย ในเขตเทศบาลตำบลฆ้องชัยพัฒนา  เป็นแหล่งโบราณสถาน/แหล่งโบราณคดี ที่สำคัญ  คือมีลักษณะของซากหินศิลาแลงเรียงรายอยู่น่าจะเป็นส่วนของฐานปรางค์กู่  โดยเรียงกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมในแนวทิศเหนือ-ใต้  ตรงกลางของโบราณสถานทางวัดได้สร้างเจดีย์รูปแบบสมัยใหม่คร่อมทับไปบนเนินดินเดิมแล้ว  รอบๆโบราณสถานเป็นแนวคูน้ำรูปตัวยู(๊U)ขนาดใหญ่  จากข้อมูลการสำรวจของหน่วยศิลปากรที่ 10 จังหวัดร้อยเอ็ด ระบุว่า มีการพบชิ้นส่วนชามเคลือบสีเขียว ที่ผลิตจากเตาบ้านกรวด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ตลับเคลือบสีเขียว ชิ้นส่วนอื่นๆเคลือบสีเขียวและฝา ชิ้นส่วนไหเคลือบสีน้ำตาล  หินบดยาแตกหักหลายชิ้น รวมทั้งเศษกระเบื้องมุงหลังคาแบบกาบกล้วย  และเศษอิฐที่หล่นอยู่บริเวณ  ดังกล่าว  คาดว่าน่าจะมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 16-18 สมัยทวาราวดี
ในบริเวณวัดปรางค์กู่ ยังพบพระพุทธรูปหินทราย ที่ผุดพ้นผิวดินขึ้นมาเพียงส่วนเศียร  บริเวณเนินดินกลางตอไม้ข้างเจดีย์โบราณ(ด้านทิศตะวันตกของวัด) ซึ่งเป็นโคนต้นไทร ขนาด 5 คนโอบ  ตอนแรกทางวัดมีแนวคิดที่จะสร้างปฏิสังขรณ์ใหม่  โดนสร้างครอบองค์เดิมไว้  แต่เห็นว่าไม่สะดวกเนื่องจากมีต้นไม้ใหญ่(ต้นไทร)เบียดบัง จึงได้โค่นต้นไม้ลงเหลือแต่ตอ  และได้ปั้นเป็นรูปเต็มองค์ สูงประมาณ 1.50 เมตร ให้ผู้คนได้สักการะด้านหน้าองค์เดิม

สวนบึงโดน

สวนบึงโดน  เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้และสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 บ้านเหล่าใหญ่ ในเขตเทศบาลตำบลฆ้องชัยพัฒนา บริเวณบึงโดน เป็นแหล่งน้ำสำคํญของชุมชน มีการเลี้ยงสัตว์น้ำ และบริเวณด้านข้างจะเป็นแปลงปลูกผัก(เกษตรอินทร์ทรีย์) ขนาดใหญ่ มีระบบการส่งน้ำที่ดี  มีจุดชมวิวสวยๆ และเหมาะกับการพักผ่อนและการนันทนาการ ในช่วงเทศกาลสำคัญ หมู่บ้านจะใช้เป็นสถานที่จัดงานประเพณีต่างๆ เช่น งานลอยกระทง งานสงกรานต์ และการชมหมอก ในฤดูหนาว  จุดชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า  สวยงามได้สุขภาพ ต้องนี่เลย....บึงโดน  (โดนใจ)

บึงขยอง

บึงขยองเป็นแหล่งน้ำสำคัญ  ของเทศบาลตำบลฆ้องชัยพัมนา ตั้งอยู่ในพื้นที่ ม.9 บ้านน้อยสามเชียง ต.ฆ้องชัยพัฒนา มีพื้นที่โดยประมาณ 443 ไร่ มีหมู่บ้านข้างเคียงที่ร่วมใช้ประโยชน์  ได้แก่ บ้านกุดฆ้องชัย ม.3 ม.8 บ้านน้อยสามเชียง ม.9 บ้านโนนเขวา ม.4 ม.5 และบ้านชาดม. 11 ใช้ประโยชน์ในการเกษตร  รอบๆบึงขยอง  ได้มีการพัฒนาโดยกรมพัฒนาที่ดิน ได้ขุดลอกใหญ่ เมื่อปี พ.ศ.2532  และได้มีการจัดสรรพื้นที่ให้ประชาชนได้ทำประโยชน์โดยรอบๆบึง สำนักงานอบต.ฆ้องชัยพัฒนาสได้มาก่อสร้างที่ริมบึงขยอง ตั้งแต่เมื่อปี 2547  และเมื่อยกฐานะเป็นเทศบาลตำบลฆ้องชัยพัฒนา เมื่อ 28  กุมภาพันธ์  2549 ก็ได้ก่อสร้างมีการก่อสร้างอาคารสำนักงานเพิ่มเติม มาเป็นระยะ  คณะบริหารของทุกสมัยได้มีแนวนโยบายที่จะพัฒนาบึงขยองให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของเทศบาล  และของอำเภอฆ้องชัย  โดยเบื้องต้นได้ก่อสร้างถนนคอนกรีต รอบบึงขยอง เมื่อสมัยนายสากล  ศรเสนา เป็นนา่ยกอบต. รอการพัฒนาที่ต่อยอดเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดี(ข้อมูล : 20  กันยายน 2566)
บรรยากาศและสภาพของบึงขยองก็จะเป็นไปตามแต่ละยุคสมัย เช่นการรื้อสวะ  การขุดลอก  และการปล่อยตามสภาพฤดูกาล